Archives March 2022

เร่งปฏิรูป ภาษี ในจีน รับมือวิกฤต “ฟองสบู่อสังหาฯ”

จากปัญหาที่สั่งสมมายาวนานในภาคอสังหาริมทรัพย์ของ “จีน” ได้ปะทุออกมาเป็นวิกฤตครั้งใหญ่จากกรณีของ “เอเวอร์แกรนด์” (Evergrande) ที่สั่นสะเทือนไปทั่วโลก สะท้อนถึงปัญหา “ฟองสบู่อสังหาฯ” ของจีนที่ซุกซ่อนอยู่ ส่งผลให้รัฐบาลจีนต้องหันมาทบทวนภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างจริงจัง และเตรียม เร่งปฏิรูป ภาษี กับกฎระเบียบครั้งใหญ่ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามบานปลาย ในจีน

เร่งปฏิรูป ภาษี ในจีน

ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา สภาประชาชนแห่งชาติจีนได้มีมติรับรองแผนการของคณะรัฐมนตรีจีน ในการขยายโครงการนำร่องจัดเก็บภาษีการถือครองทรัพย์สินที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม โดยแผนการดังกล่าวจะเป็นการจัดเก็บภาษีการถือครองทรัพย์สิน เฉพาะในเขตเมือง ไม่ครอบคลุมภาคครัวเรือนในชนบท ซึ่งอัตราภาษีและวิธีการจัดเก็บภาษีจะขึ้นอยู่กับรัฐบาลท้องถิ่น เบื้องต้นจะดำเนินการลักษณะโครงการนำร่องในบางพื้นที่เป็นระยะเวลา 5 ปี

จากการจัดเก็บภาษีดังกล่าวนับเป็นการปฏิรูประบบภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจะส่งผลให้รัฐบาลจีนมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีมากขึ้น จากเดิมที่ทางการจีน โดยเฉพาะรัฐบาลท้องถิ่นต้องพึ่งพิงรายได้จากการขาย หรือให้เช่าที่ดินแก่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาการเก็งกำไรและการปั่นราคาสูงกว่าความเป็นจริง ก่อนหน้านี้ในปี 2011 ได้มีความพยายามทดลองจัดเก็บภาษีที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมในเซี่ยงไฮ้และฉงชิ่ง แต่เป็นเพียงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายปีจากการครอบครองบ้านหลังที่ 2 ขึ้นไปหรือบ้านหรูราคาสูง

“แคปิตอล อีโคโนมิกส์” บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาทางธุรกิจ ประเมินว่า หากจีนสามารถจัดเก็บภาษีในอัตรา 0.7% ของมูลค่าทรัพย์สินที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมทั้งประเทศ จะส่งผลให้รัฐบาลจีนมีรายได้ถึง 1.8 ล้านล้านหยวนในปี 2020 ซึ่งมากกว่ารายได้ 1.6 ล้านล้านหยวนที่ทางการจีนได้จากการขายและให้เช่าที่ดิน รวมทั้งการจัดเก็บภาษี จะเป็นแรงกดดันด้านราคาที่ไม่คุ้มค่าต่อการเก็งกำไร และจะลดความน่าสนใจของการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์จีน และถ่ายเทเงินทุนไปยังภาคส่วนอื่นๆ มากขึ้น เช่น ภาคการส่งออกหรือภาคการบริการที่สามารถกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ

จากวิกฤตของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อันดับสองของจีนอย่าง “เอเวอร์แกรนด์” ที่มีภาระหนี้สูงถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเสี่ยงที่จะผิดนักชำระหนี้ เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้รัฐบาลจีนต้องหันมาทบทวนปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ นโยบายของประธานธิบดีสี จิ้นผิง ที่ประกาศสร้าง “ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” ด้วยการกระจายความมั่งคั่งและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมจีน โดยเฉพาะการควบคุมรายได้ที่สูงเกินไปของคนบางกลุ่ม ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้เกิดการริเริ่มปฏิรูปภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงก็มีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนในภาพรวม เนื่องจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นทรัพย์สินสำหรับการลงทุนและเก็บออมของคนจีนจำนวนมาก

จากกรณีเอเวอร์แกรนด์ก็ได้ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด โดยข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่า ระดับราคาบ้านใหม่ในหลายเมืองของจีนเดือน ก.ย. ลดลงจากเดือนก่อนหน้า เช่น เทียนจินลดลง 0.1% ไท่หยวนลดลง 0.7% และถังชานลดลงถึง 0.8% ซึ่งนับเป็นการร่วงของราคาบ้านใหม่เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี

หากราคายังคงดิ่งลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องก็อาจส่งผลให้เกิดการล่มสลายของภาคอสังหาริมทรัพย์จีนและกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สั่นสะเทือนรัฐบาลจีน


พบกับบทความ ข่าวสาร ความรู้ ความบันเทิง และเรื่องราว ต่างๆรอบโลก ไปกับเรา www.aroundworld-news.com

Thailand Pass | aroundworld-news.com

Thailand Pass ลงทะเบียน แล้วเงื่อนไขต่างๆ

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดการแถลงข่าวรอบพิเศษ “Thailand Pass กับการเดินทางเข้าประเทศไทยหลังการเปิดประเทศ” โดยดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) และนายจาตุรนต์ ไชยะคำ รองอธิบดีกรมการกงสุล ดำเนินรายการโดย นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

Thailand Pass

ไทยแลนด์พาสส์เป็นระบบที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศไทย ซึ่งจะเริ่มใช้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน โดยจะแบ่งผู้เดินทางเข้าประเทศออกเป็น 3 กลุ่มคือ 1.เทสแอนด์โก (Test and Go) 2.แซนด์บ็อกซ์ (Sandbox programme) 3.กักตัว (Alternative Quarantine)

กลุ่มเทสแอนด์โก เป็นผู้ที่เดินทางมาจาก 45 ประเทศ+ฮ่องกง และต้องอยู่ในประเทศกลุ่มนี้ไม่ต่ำกว่า 21 วัน ยกเว้นเป็นคนไทยที่เดินทางไปประเทศกลุ่มนี้แล้วประสงค์ที่จะกลับไทยไม่ต้องอยู่ครบ 21 วันได้ คนกลุ่มนี้มีผลการตรวจRT-PCRภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทางและไม่ต้องกักตัวเมื่อมาถึงไทยแต่ต้องจองโรงแรมกลุ่มSHA+ หรือAQ 1 วันเพื่อรอผลตรวจ RT-PCR หากไม่มีผลเป็นลบก็สามารถออกจากโรงแรมได้เลย และตรวจ ATK ด้วยตัวเองในวันที่ 6-7 และแจ้งผลการตรวจATKบนแอพพ์หมอชนะ สำหรับหลักฐานการฉีดวัคซีนต้องฉีดให้ครบโดส ก่อนออกเดินทาง 14 วัน และต้องมีประกันสุขภาพวงเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (สำหรับคนไทย หรือคนต่างชาติที่ทำงานในไทยและมีหมายเลขประกันสังคมสามารถใช้ประกันสังคมได้)

กลุ่มแซนด์บ็อกซ์ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศใดก็ได้ และอยู่ในพื้นที่แซนด์บ็อกซ์เป็นเวลา 7 วัน สำหรับวัคซีนต้องรับวัคซีนให้ครบโดส ก่อนออกเดินทาง 14 วัน โดยต้องมีหลักฐานการจองที่พัก SHA+ในพื้นที่แซนด์บ็อกซ์จำนวน 7 วัน ต้องมีประกันวงเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (สำหรับคนไทยหรือคนต่างชาติที่ทำงานในไทยและมีหมายเลขประกันสังคมสามารถใช้ประกันสังคมได้) มีผลตรวจRT-PCR ก่อนออกเดินทาง 72 ชั่วโมง ขณะอยู่แซนด์บ็อกซ์ต้องตรวจโควิด 2 ครั้ง ในวันที่ 0-1 (วันที่เดินทางถึง) ครั้งที่ 2 ในวันที่ 6-7

กลุ่มกักตัว เป็นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศใดก็ได้ที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับไม่ครบโดส และต้องกักตัวอยู่ในAQ 10 วัน สำหรับที่พักต้องมีหลักฐานการจองที่พักAQ ต้องมีประกันวงเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (สำหรับคนไทยหรือคนต่างชาติที่ทำงานในไทยและมีหมายเลขประกันสังคมสามารถใช้ประกันสังคมได้) มีผลตรวจRT-PCR ก่อนออกเดินทาง 72 ชั่วโมง (คนไทยไม่ต้องตรวจ กรณีต้องกักตัว) ขณะอยู่ในAQต้องตรวจโควิด 2 ครั้ง คือในวันที่ 0-1 (วันที่เดินทางถึง) ครั้งที่ 2 ในวันที่ 6-7

สำหรับการลงทะเบียน เริ่มต้นจากนักท่องเที่ยวเข้าไปลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.thailandpass.consular.go.th กรอกข้อมูลต่างๆ เช่น ข้อมูลหนังสือเดินทาง ใบยืนยันการฉีดวัคซีน ประกันสุขภาพ ข้อมูลการจองโรงแรมแบบ SHA+ หรือ AQ ใบต8และตม6 เลือกประเภทว่าจะเดินทางเข้าไทยแบบ เทสแอนด์โก (Test and Go) แซนด์บ็อกซ์ (Sandbox programme) หรือ กักตัว (Alternative Quarantine) สำหรับผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน แล้วรอรับคิวอาร์โค้ดผ่านทางอีเมล เมื่อได้คิวอาร์โค้ดแล้วก็สามารถเดินทางเข้าไทยได้เลย หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะตรวจสอบคิวอาร์โค้ดของเรา


พบกับบทความ ข่าวสาร ความรู้ ความบันเทิง และเรื่องราว ต่างๆรอบโลก ไปกับเรา www.aroundworld-news.com

ตายหลังดื่มน้ำอัดลม ขนาด1.5ลิตรหมดใน10นาทีจากการสะสมของก๊าซในร่างกาย

หนุ่มจีนร้อนเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา เดลีเมลล์ ได้รายงานเรื่องราวของชายชาวจีนรายหนึ่งที่ต้อง ตายหลังดื่มน้ำอัดลม ขนาด 1.5 ลิตรภายใน 10 นาที ก่อนปวดท้องหนัก ถูกหามส่งโรงพยาบาล และสิ้นใจในที่สุด

หนุ่มจีน ตายหลังดื่มน้ำอัดลม

โดยเรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นกับหนุ่มจีน วัย 22 ปี รายหนึ่ง ผู้ไม่มีปัญหาสุขภาพใดๆ ได้เสียชีวิตลงกะทันหัน หลังจากที่เขาดื่มน้ำอัดลมขนาด 1.5 ลิตร หมดอย่างรวดเร็วภายใน 10 นาที ก่อนที่จะมีอาการท้องบวม และรู้สึกปวดท้องอย่างหนัก จนถูกหามส่งโรงพยาบาลเฉาหยาง ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน หลังจากดื่มน้ำอัดลมหมดเป็นเวลา 6 ชั่วโมง โดยเขาได้แจ้งกับแพทย์ว่าเขาได้ดื่มน้ำอัดลมขนาด 1.5 ลิตร หมดอย่างรวดเร็ว เพื่อคลายร้อน เนื่องจากในวันนั้นอากาศร้อนมาก ในตอนนั้นแพทย์พบว่าเขามีสัญญาณที่น่าเป็นห่วงหลายอย่าง มีอัตราการเต้นของหัวใจสูง ความดันโลหิตต่ำ และหายใจเร็ว

และผลจากซีทีสแกน ก็พบว่า ชายหนุ่มรายนี้มีอาการปอดบวม มีแก๊สผิดปกติที่ผนังลำไส้ และหลอดเลือดดำพอร์ทัล ซึ่งเป็นหนึ่งในหลอดเลือดหลักของตับ ปริมาณออกซิเจนต่ำ ส่งผลให้เกิดภาวะขาดเลือดในตับเฉียบพลัน ทีมแพทย์พยายามช่วยลดปริมาณแก๊สออกจากระบบย่อยอาหาร ให้ยาเพื่อช่วยรักษาตับ และคงสภาพการทำงานอื่นๆ ของร่างกายที่ได้รับความเสียหาย แต่ว่าหลังจากผ่านไป 12 ชั่วโมง ผลการตรวจเลือดพบว่า ตับของคนไข้ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง และหลังจากการรักษาผ่านไป 18 ชั่วโมง อาการของเขาก็ทรุดหนัก และเสียชีวิตในที่สุด โดยแพทย์ได้กล่าวว่า การบริโภคอย่างรวดเร็วของหนุ่มจีนรายนี้ ทำให้เกิดการสะสมของก๊าซในร่างกายของเขา ซึ่งทำให้ตับของเขาขาดออกซิเจน และในที่สุดก็คร่าชีวิต

แต่ด้านศาสตราจารย์นาธาน เดวีส์ นักชีวเคมีจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน กลับเห็นต่างออกไป และคิดว่าน้ำอัดลมขนาด 1.5 ลิตร ไม่น่าจะใช่ตัวการหลัก ที่ทำให้ชายหนุ่มเสียชีวิตลงอย่างรวดเร็วขนาดนี้ เพราะ “โดยปกติอาการที่เกิดขึ้นกับชายหนุ่มคนนี้ จะเกิดขึ้นจากแบคทีเรีย ที่เดินทางจากทางเดินอาหารปกติ ไปยังที่ที่ไม่ควรเป็น ในกรณีนี้คือในเยื่อบุลำไส้เล็ก” เขากล่าว

และศาสตราจารย์เดวีส์ยังกล่าวว่า แม้การบริโภคน้ำอัดลมปริมาณมาก อาจก่อให้เกิดปัญหาเรื่องแก๊สในร่างกาย แต่การส่งผลกระทบต่อร่างกาย จนถึงแก่ชีวิตแบบเฉียบพลันในลักษณะนี้ จำเป็นต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ในรายงาน จึงจะสามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัด


พบกับบทความ ข่าวสาร ความรู้ ความบันเทิง และเรื่องราว ต่างๆรอบโลก ไปกับเรา www.aroundworld-news.com

อังกฤษออกวีซ่าชั่วคราว ให้กับคนขับรถบรรทุกต่างชาติ หลังน้ำมันขาดแคลน

รัฐบาล อังกฤษออกวีซ่าชั่วคราว ให้กับคนขับรถบรรทุกต่างชาติ หลังน้ำมันขาดแคลนหนักในประเทศ

รอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน รัฐบาลอังกฤษตัดสินใจ ออกวีซ่าให้กับ พนักงานขับรถบรรทุกต่างชาติ ที่ต้องการเข้ามาให้บริการในสหราชอาณาจักร เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทั้งๆ ที่เคยยืนกราน ว่าจะไม่ใช้วิธีการนี้ ทั้งนี้หลังจากเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันอย่างหนัก ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เนื่องจากไม่มีพนักงานขับรถบรรทุกน้ำมัน ที่ลำเลียงน้ำมันจากโรงกลั่นสู่สถานีบริการต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 2 แล้ว

อังกฤษออกวีซ่าชั่วคราว หลังขาดแคลนน้ำมัน

การขาดแคลนน้ำมันดังกล่าวทำให้เกิดคิวรถยนต์หลากชนิดเข้าคิวกันยาวเหยียดตามบริเวณสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ติดต่อกันเป็นวันที่สอง โดยแต่ละคันต้องจอดรอนานหลายชั่วโมง เพื่อเติมน้ำมัน ในขณะที่สถานีบริการหลายแห่งจำเป็นต้องปิดตัวลง หลังจากบริษัทน้ำมันประกาศว่าภาวะขาดแคลนพนักงานขับรถบรรทุก ทำให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก สมาคมอุตสาหกรรมค้าปลีกออกมาเตือนรัฐบาลถึงสถานการณ์ขาดแคลนดังกล่าวและเรียกร้องให้หาทางแก้ไข ก่อนหน้าที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อเทศกาลคริสตมาสมาถึงในตอนปลายปีนี้

นายแกรนท์ แชปส์ รัฐมนตรีขนส่ง ออกแถลงการณ์ยอมรับถึงปัญหาที่ก่อหวอดมานานร่วม 18 เดือนแล้วนี้ และยืนยันว่ารัฐบาลตระหนักในความสำคัญของเทศกาลคริสตมาส จึงพยายามแก้ปัญหาล่วงหน้าให้เร็วที่สุด ด้วยการออกวีซ่าชั่วคราวสำหรับพนักงานขับรถบรรทุกต่างชาติ 5,000 คน ที่ต้องการเข้ามาให้บริการให้สามารถทำได้จนถึงวันที่ 24 ธันวาคมนี้ พร้อมกันนั้นก็จะอนุญาตให้วีซ่าชั่วคราวกับพนักงานต่างชาติที่ต้องการทำงานในโรงงานแปรรูปสัตว์ปีกอีก 5,500 คน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนขึ้นในอุตสาหกรรมอาหารของประเทศ

นายแชปส์ ยืนยันว่าแนวทางแก้ไขในระยะยาวคือการหาพนักงานขับรถที่เป็นชาวอังกฤษเข้ามาทำงานนี้โดยการให้แรงจูงใจด้านการเงินและสภาพการจ้างงานที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยเตรียมแผนฝึกพนักงานขับรถบรรทุกแบบเร่งรัดเพิ่มเติมให้ได้ 4,000 คนในเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม สมาคมกิจการขนส่งทางถนน (อาร์เอชเอ) ของอังกฤษ ยืนยันว่าอังกฤษ ขาดแคลนพนักงานขับรถบรรทุกมากถึง 100,000 คน อันเป็นผลมาจากการที่พนักงานจำนวนหนึ่งผละออกจากการทำงานนี้ ประกอบกับการที่อังกฤษถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกอียูหรือเบร็กซิท และภาวะการแพร่ระบาด ที่ทำให้ไม่สามารถฝึกและทดสอบพนักงานขับรถใหม่ๆ ได้มานานถึงกว่า 1 ปี

ในขณะที่ นาย แอนดรูว์ โอพี ผู้อำนวยการด้านอาหารและความยั่งยืนของบรรษัทค้าปลีกแห่งอังกฤษ ซึ่งออกมาเตือนเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมาว่า รัฐบาลมีเวลาเพียง 10 วันที่จะแก้ปัญหาขาดแคลนพนักงานขับรถบรรทุก ระบุว่า แผนของรัฐบาลไม่เพียงพอที่จะป้องกันภาวะขาดแคลนสินค้าที่จะเกิดในช่วงคริสตมาสได้ ทำได้เพียงแค่บรรเทาสถานการณ์เท่านั้น นายโอพีระบุว่า เฉพาะเครือข่ายซุปเปอร์มาร์เก็ตเพียงอย่างเดียว ก็ต้องการพนักงานขับรถบรรทุกเพื่อจัดส่งสินค้าอย่างน้อย 15,000 คนหากต้องการให้สามารถให้บริการได้เต็มรูปแบบ


บทความข่าวสาร ความรู้ ความบันเทิง และเรื่องราว ต่างๆรอบโลก ไปกับเรา www.aroundworld-news.com

อุกกาบาตถล่มจอร์แดน เมื่อ 3,600 ปีก่อน จนราบเป็นหน้ากลองในชั่วพริบตา

คณะนักวิทยาศาสตร์ และนักโบราณคดีจากนานาชาติ เผยผลการศึกษาล่าสุดเกี่ยวกับโบราณสถานเมืองทัลล์-เอล-ฮัมมัม (Tall-el-Hammam) ในประเทศจอร์แดน โดยชี้ว่าหลักฐานต่างๆ ที่ได้ค้นพบตลอดการวิจัย 15 ปีที่ผ่านมา ล้วนยืนยันว่า อุกกาบาตถล่มจอร์แดน จนราบเป็นหน้ากลองในชั่วพริบตาเมื่อ 3,600 ปีก่อน

จากรายงานวิจัยดังกล่าวตีพิมพ์ลงในวารสาร Scientific Reports เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดี และวิทยาศาสตร์จากสหรัฐฯ แคนาดา และสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งร่วมกันขุดค้น และวิเคราะห์หลักฐานต่างๆ มานานถึง 15 ปี ชี้ว่าเหตุระเบิดจากอุกกาบาตที่มีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงดังกล่าวเคยเกิดขึ้นจริง ณ สถานที่ซึ่งอาจเป็นเมืองโซดอม (Sodom) ตามที่มีการบันทึกไว้ในคัมภีร์ไบเบิล โดยมีการขุดค้นชั้นดินโบราณหนา 1.5 เมตร ทางตอนเหนือของทะเลสาบเดดซี ซึ่งชั้นดินนี้มีสภาพเหมือนถูกเผาไหม้ด้วยความร้อนสูง จนเนื้อดินเต็มไปด้วยเถ้าถ่านรวมทั้งซากอิฐ และเครื่องปั้นดินเผาที่หลอมละลายจำนวนมาก โดยลักษณะของซากวัสดุเหล่านี้ ชี้ว่ามันต้องถูกเผาไหม้ด้วยความร้อนในระดับมหาศาล คิดเป็นอุณหภูมิที่สูงกว่าการเกิดภูเขาไฟระเบิด หรือเหตุเพลิงไหม้จากการทำสงครามในยุคโบราณ

จากการใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์ เพื่อคำนวณหาความเป็นไปได้ว่าการทำลายล้างในระดับดังกล่าวเกิดขึ้นจากสาเหตุใดกันแน่ ทีมผู้วิจัยพบว่ามีเพียงระเบิดนิวเคลียร์ และการพุ่งชนของอุกกาบาตอย่างรุนแรงเท่านั้น ที่จะทำให้เกิดซากโบราณสถานแบบเมืองทัลล์-เอล-ฮัมมัม ขึ้นได้ โดยนักวิทยาศาสตร์ประมาณการว่า อุกกาบาตนี้มีความกว้างราว 17-20 เมตร ซึ่งใกล้เคียงกับหินอวกาศที่ทำให้เกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่ตรงที่ราบตุงกุสคา (Tunguska) ในเขตไซบีเรียของรัสเซียเมื่อปี 1908 โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ป่าสนหิมะถูกถล่มราบและมีต้นไม้ล้มถึง 80 ล้านต้น ซึ่งมีการค้นพบเม็ดหินควอตซ์ และอนุภาคของวัสดุที่มีความแข็งคล้ายเพชรในชั้นดินของเมืองทัลล์-เอล-ฮัมมัมด้วย ซึ่งแสดงว่าอุกกาบาตจะต้องทำให้เกิดการระเบิดที่มีแรงดันสูงถึง 5 กิกะปาสคาล และอุณหภูมิร้อนแรงสูงสุดถึง 2,500 องศาเซลเซียส จนสามารถเปลี่ยนไม้ และพืชในเมืองให้กลายเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติคล้ายเพชรได้

อุกกาบาตถล่มจอร์แดน เมื่อ 3,600 ปีก่อน

บทสรุปจากการรวบรวม และวิเคราะห์หลักฐานจำนวนมาก ทำให้ทีมผู้วิจัยสามารถลำดับเหตุการณ์ได้ว่า หายนะภัยจากนอกโลกที่ทำลายล้างเมืองโบราณแห่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

โดยดร. ฟิล ซิลเวีย นักโบราณคดีผู้ขุดค้นศึกษาซากเมืองทัลล์-เอล-ฮัมมัม และคณะ เปิดเผยในบทความที่พวกเขาร่วมกันเขียนลงในเว็บไซต์ The Conversation ว่าเหตุอุกกาบาตถล่มเมืองดังกล่าวได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา โดยหินอวกาศขนาดไม่ใหญ่นักพุ่งผ่านบรรยากาศโลกมาด้วยความเร็ว 61,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเกิดระเบิดขึ้นบนท้องฟ้าที่ความสูง 4 กิโลเมตรเหนือพื้นดินด้วยแรงระเบิดของอุกกาบาตทีมีพลังทำลายล้างสูง เทียบได้กับการจุดชนวนระเบิดปรมาณู ที่ถล่มเมืองฮิโรชิมาพร้อมกัน 1,000 ลูก ผู้ที่จ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าในเวลานั้น จะต้องตาบอดทันทีด้วยแสงสว่างเจิดจ้า อุณหภูมิที่พุ่งขึ้นอย่างฉับพลันถึงกว่า 2,000 องศาเซลเซียส เผาไหม้ทุกสิ่งให้เป็นเถ้าถ่านในทันที คลื่นกระแทกที่เกิดขึ้นในไม่กี่วินาทีถัดมา จะทำให้เกิดกระแสลมกรดความเร็ว 1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พุ่งเข้าพัดทำลายตัวเมืองจนราบคาบ โดยลมพายุจากคลื่นกระแทกนี้จะมีพลังรุนแรงยิ่งกว่าพายุทอร์นาโดครั้งใดๆ ที่มีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ทำให้ตัวอาคารสูง 12 เมตรของพระราชวัง 4 ชั้น ปลิวลอยไปตกที่หุบเขาซึ่งอยู่ห่างออกไปไกลมาก

แน่นนอนว่าชาวเมืองราว 8,000 คนนั้น ไม่มีผู้ใดรอดชีวิต พวกเขาถูกเผาไหม้จนเป็นเถ้าถ่าน และซากกระดูกที่หลงเหลืออยู่บ้างก็แตกละเอียดเพราะแรงระเบิด ในเวลาไม่กี่นาทีต่อมา คลื่นความร้อน และคลื่นกระแทกพลังมหาศาลนี้ยังแผ่ไปถึงเมืองเจริโค (Jericho) ที่อยู่ห่างออกไปทางตะวันตก 22 กิโลเมตร ทำให้เมืองแห่งนั้นต้องล่มสลายลงในชั่วพริบตาด้วยเช่นกัน

หลังเหตุอุกกาบาตถล่มเมืองในครั้งนั้น ไม่มีผู้เข้าไปอยู่อาศัย หรือลงหลักปักฐานทำการเกษตรในพื้นที่ดังกล่าวรวมทั้งบริเวณโดยรอบ ตลอดช่วงเวลาถึง 600 ปีถัดจากนั้น ซึ่งทีมผู้วิจัยสันนิษฐานว่า แรงระเบิดของอุกกาบาตทำให้น้ำเค็มในทะเลสาบเดดซีระเหย หรืออาจถูกพัดพาไปลงในดินทั่วบริเวณดังกล่าว ซึ่งทำให้ดินเค็มจัดจนไม่อาจทำการเพาะปลูกได้

โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับเมืองทัลล์-เอล-ฮัมมัม ซึ่งอาจเป็นแห่งเดียวกับเมืองโซดอมที่ถูกพระเจ้าทำลายล้างเป็นการลงโทษในคัมภีร์ไบเบิล ถือได้ว่าเป็นเรื่องราวหายนะครั้งใหญ่หลวงเรื่องแรก ที่มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในประวัติศาสตร์ของอารยธรรมมนุษย์


พบกับบทความ ข่าวสาร ความรู้ ความบันเทิง และเรื่องราว ต่างๆรอบโลก ไปกับเรา www.aroundworld-news.com